อาสาสมัครรักษาโรคซึมเศร้า และผู้มีภาวะซึมเศร้า ขอเชิญพบกันที่ กระดานข่าวโครงการช่วยเหลือผู้มีภาวะซึมเศร้า

Category » ข่าวเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า

สาธารณสุขห่วงหญิงตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

รมช.สาธารณสุข เผยขณะนี้ในไทยพบปัญหาหญิงเป็นโรคซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด ปีละ 2 แสนคน มักพบในแม่มือใหม่ แม่วัยรุ่น ผู้ที่มีปัญหาครอบครัว หากไม่เร่งแก้ไขตั้งแต่เริ่มอาการใหม่ ๆ อาจกลายโรคซึมเศร้ารุนแรง และส่งผลร้ายต่อเด็ก ทั้งขาดสารอาหาร ไอคิวลดลง ส่วนแม่อาจเป็นรุนแรง กลายเป็นติดเหล้า-บุหรี่ ฆ่าตัวตายได้

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตลอดเดือน ส.ค. 2553 นี้ ได้ให้โรงพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิตทั้ง 17 แห่งทั่วประเทศ จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพจิตหญิงตั้งครรภ์ และหญิงหลังคลอด ป้องกันปัญหาโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงเพราะมีผลกระทบต่อตัวมารดาและลูกด้วย ในแต่ละปีมีหญิงเป็นโรคซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์ประมาณร้อยละ 10 หรือประมาณ 80,000 คน ในผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีปีละประมาณ 800,000 คน และพบในผู้หญิงหลังคลอดประมาณร้อยละ 15 หรือประมาณ 120,000 คน หญิงที่มีอาการดังกล่าวจะขาดความใส่ใจดูแลตนเอง คนรอบข้าง หากไม่ได้รับการดูแลแก้ไข จะมีผลกระทบทั้งตัวเองและลูก โดยเด็กจะมีความเสี่ยงขาดสารอาหาร เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด เด็กน้ำหนักตัวน้อย และมีปัญหาต่อพัฒนาการและอารมณ์ โดยเฉพาะไอคิวเด็กอาจต่ำกว่ามาตรฐาน ส่วนผลกระทบต่อตัวแม่ อาจกลายเป็นคนติดเหล้าบุหรี่ หรือฆ่าตัวตายในที่สุด

“ที่ผ่านมาพบว่าผู้หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดที่เป็นโรคซึมเศร้า มักไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที เนื่องจากคนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเพียงอาการที่เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน ในร่างกาย จึงพลาดโอกาสได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์ บางรายโรคพัฒนาไปสู่ขั้นรุนแรง นำไปสูการฆ่าตัวตายได้ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้ให้กรมสุขภาพจิตอบรมอสม.ทั่วประเทศ เพื่อตรวจคัดกรองอาการของหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดทุกคนเบื้องต้น เพื่อส่งพบแพทย์รักษาป้องกันอาการกำเริบรุนแรง”รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข กล่าว

ด้าน นพ.ธรณินท์ กองสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า โรคซึมเศร้าในหญิงตั้งครรภ์ เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง มักพบในผู้ที่ตั้งครรภ์แรก หญิงตั้งครรภ์ที่อยู่ในวัยรุ่น หรือการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ รวมทั้งผู้ที่มีปัญหาครอบครัว เช่น ทะเลาะ หย่าร้าง แยกกันอยู่ นอกใจกัน รวมทั้งผู้ที่ไม่ได้เพศบุตรตามที่ต้องการ หรือมีลูกเสียชีวิต ผู้ที่มีอาการจะมีอารมณ์เศร้าอย่างรุนแรง ซึมมาก ท้อแท้ วิตกกังวลไปทุกเรื่อง ร้องไห้ไม่มีเหตุผล โกรธทุกคนแม้กระทั่งลูก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ หากเป็นในหญิงหลังคลอดอาการจะหายได้เองภายใน 6 เดือน หากไม่หายต้องได้รับการรักษาด้วยยา ควบคู่กับการรักษาทางจิตใจ เช่นการให้คำปรึกษาการแก้ไข การจัดการความเครียด หรือลดอาการซึมเศร้าโดยการออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์

การดูแลช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดที่มีโรคซึมเศร้า ขณะนี้ กรมสุขภาพจิตได้จัดอบรมแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอสม.ในการตรวจอาการผิดปกติเบื้องต้น โดยใช้แบบสอบถามง่ายๆ ถามอาการแค่ 2 ข้อ คือ 1.หดหู่ เศร้า หรือท้อแท้สิ้นหวัง 2.เบื่อ ทำอะไรก็ไม่เพลิดเพลิน หากมีข้อหนึ่งข้อใดหรือมีทั้ง 2 ข้อ แสดงว่ามีความเสี่ยง มีแนวโน้มจะเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องติดตามและประเมินต่อเนื่องทุกครั้ง ที่มารับบริการฝากครรภ์จนถึงหลังคลอดอย่างน้อย 6 สัปดาห์

วิธีดูแลป้องกันไม่ให้หญิงหลังคลอดเป็นโรคซึมเศร้า ครอบครัวหรือคนใกล้ชิด ต้องช่วยแบ่งเบาภาระงานในบ้าน ช่วยเหลือในการเลี้ยงดูลูก และอำนวยความสะดวกตามความเหมาะสม ให้แม่หลังคลอดได้กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายและพักผ่อนอย่างเพียงพอ ให้แม่หลังคลอดได้พูดคุยระบายเรื่องที่ไม่สบายใจ หรือเรื่องที่กังวล และสังเกตความผิดปกติของหญิงหลังคลอด หากพบว่ามีอาการเศร้าซึมเกิดขึ้น ขอให้รับแจ้งอสม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านเพื่อประเมินภาวะซึมเศร้าต่อไป” นพ.ธรณินท์กล่าว. -ที่มา สำนักข่าวไทย mcot.net

DepressionThai | BounceHouseUS


แม่เป็นโรคซึมเศร้าส่งผลให้ลูกไอคิวต่ำ

ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ตลอดเดือน ส.ค. นี้ ได้ให้โรงพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิตทั้ง 17 แห่งทั่วประเทศ จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพจิตหญิงตั้งครรภ์ และหญิงหลังคลอด ป้องกันปัญหาโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงเพราะมีผลกระทบต่อตัวมารดาและลูกด้วย

โดยในแต่ละปีพบหญิงเป็นโรคซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์ประมาณ 80,000 คน ซึ่งอาการดังกล่าวจะขาดความใส่ใจดูแลตนเองและคนรอบข้าง หากไม่ได้รับการแก้ไข จะมีผลกระทบทั้งตัวเองและลูก เด็กจะมีความเสี่ยงขาดสารอาหาร เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด เด็กน้ำหนักตัวน้อย และมีปัญหาต่อพัฒนาการและอารมณ์ โดยเฉพาะไอคิวเด็กอาจต่ำกว่ามาตรฐาน ส่วนผลกระทบต่อตัวแม่ อาจกลายเป็นคนติดเหล้าบุหรี่ หรือฆ่าตัวตายในที่สุด

“ที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่คิดว่าโรคซึมเศร้าเป็นเพียงอาการที่เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย จึงพลาดโอกาสได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์ บางรายโรคพัฒนาไปสู่ขั้นรุนแรง นำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้ให้กรมสุขภาพจิตอบรมอสม.ทั่วประเทศ เพื่อตรวจคัดกรองอาการของหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดทุกคนเบื้องต้นส่งแพทย์รักษาป้องกันอาการกำเริบรุนแรง” ดร.พรรณสิริกล่าว

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์


ภาวะติดอินเทอร์เน็ตกับโรคซึมเศร้า

ผมเพิ่งได้อ่านข่าวจากหลายแหล่งที่พูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างการใช้อินเทอร์เน็ตมากเกินไปกับภาวะซึมเศร้า โดยมีงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางด้านการแพทย์บอกว่า จากกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา พบว่า การใช้อินเทอร์เน็ตมากเกินไปกับภาวะซึมเศร้านี้ เกี่ยวโยงกัน แต่ยังบอก ไม่ได้ว่า การใช้อินเทอร์เน็ตมากเกินไปเกิดจากภาวะซึมเศร้า หรือภาวะซึมเศร้าเกิดจากการใช้อินเทอร์เน็ตมากเกินไป

จริง ๆ แล้วประเด็นแบบนี้เป็นประเด็นที่พูดกันมานานแล้ว ไม่ใช่แต่เพียงติดอินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ยังโยงไปถึงภาวะการติดสิ่งอื่นด้วย เช่น การติดโทรทัศน์ การติดเกม เป็นต้น

เคยสังเกตพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตของตัวท่านเองบ้างหรือเปล่าครับ?

ข่าวจากรอยเตอร์รายงานว่า นักวิจัยคนหนึ่งชื่อ คุณลอว์เรนซ์ แลม อธิบายสัญญาณของการใช้อินเทอร์เน็ตมากเกินไปของวัยรุ่นไว้หลายประการด้วยกัน เช่น ใช้เวลากับเว็บอย่างน้อยห้าถึงมากกว่าสิบชั่วโมงต่อวัน กระวนกระวายเมื่อไม่ได้อยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ และสูญเสียความสนใจต่อปฏิสัมพันธ์ในสังคม เป็นต้น

อินเทอร์เน็ตเริ่มขยับเข้าใกล้ตัวท่านมากขึ้น และมากขึ้นทุกที สมาร์ทโฟนรุ่นต่าง ๆ ที่เสริมสร้างคุณสมบัติการใช้อินเทอร์เน็ตได้ทุกที่ ทุกเวลา กลายเป็นสื่อนำพาให้โลกของผู้ใช้และโลกของอินเทอร์เน็ตซ้อนทับกันมากขึ้นทุกที จนในปัจจุบันเริ่มมีหลายเสียงบ่นพึมพำในทำนองเดียวกันว่า มานั่งทานข้าวด้วยกันเป็นกลุ่ม แต่ต่างคนต่างจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง พร้อมกับรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์เพื่อสื่อสารกับผู้คนในโลกอินเทอร์เน็ต แทนที่จะคุยกับคน จริง ๆ ที่นั่งอยู่ตรงหน้า

ถ้าย้อนเวลากลับไปก่อนจะมีอุปกรณ์เหล่านี้เล็กน้อย เราอาจจะพบสถานการณ์คล้าย ๆ กัน เช่น นั่งทานข้าวอยู่บนโต๊ะเดียวกัน แต่กลับคุยโทรศัพท์มือถือกับคู่สนทนาที่อยู่ไกลออกไปมาก กว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้า

หรือถ้าย้อน เวลากลับไปอีกก่อนที่จะมีโทรศัพท์มือถือ ภาพบนโต๊ะอาหารที่มีคนหนึ่งคนนิ่งเงียบนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ในขณะที่อีกคนนิ่งเงียบกำลังตักข้าวเข้าปาก ต่างคนต่างไม่ยอมเริ่มบทสนทนาเพื่อทำลายความเงียบงันนั้น ก็คงเป็นสถานการณ์คล้าย ๆ กัน กับสถานการณ์ในสองห้วงเวลาข้างต้น
ของทุกอย่างบนโลกนี้มีทั้งคุณและโทษเสมอ อินเทอร์เน็ตเองก็หลีกหนีความจริงข้อนี้ไปไม่พ้นเช่นกัน

ผมเชื่อว่า ผู้อ่านจำนวนไม่น้อย (อาจจะเกิน 90%) ที่เคยเห็นด้านมืดของอินเทอร์เน็ตมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการถกเถียง ทะเลาะเบาะแว้งไร้เหตุผล ข้อความหรือรูปภาพที่บ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ เว็บพนันฟุตบอล เว็บโป๊ เป็นต้น และคงเห็นด้านสว่างสดใสของอินเทอร์เน็ตที่ขาวสะอาด มีแต่ความรู้ ข่าวสารที่เป็นประโยชน์ อยากรู้อะไรก็ค้นหาเอาได้แค่ปลายนิ้วคลิก โลกของเว็บก็เปรียบเหมือนห้องสมุดขนาดใหญ่มาก ที่มีทั้งหนังสือด้านมืด และด้านสว่าง ขึ้นกับผู้ใช้ว่า จะเดินไปเลือกหนังสือที่ด้านใด

ผมมองเห็นภาพคนที่ยืนหยุดนิ่งอยู่กับที่กับความต้องการในแบบเดิม ๆ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ โลกของข้อมูลที่หมุนเร็วขึ้น เหวี่ยงเรื่องราวสัพเพเหระมากมายเข้ามา และคราวนี้ก็ขึ้นกับว่า มนุษย์ที่ยืนอยู่กลางโลกของข้อมูลนั้น จะเลือกหยิบข้อมูลชิ้นไหน เพื่อเป้าหมายแบบไหน ด้วยอุปกรณ์อะไร ที่ความเร็วเท่าไร ทั้งหมดนี้ขึ้นกับความเหมาะสมของคนแต่ละคน คงไม่สามารถหามาตรฐานแบบเดียวกันเพื่อวัดคนทั้งโลกได้

แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกข้อมูลอะไร หรือใช้อุปกรณ์อะไร

ก็อย่าลืม ให้ความสำคัญกับ “คนสำคัญ” ที่อยู่ใกล้ตัวคุณด้วยนะครับ.

โดย สุกรี สินธุภิญโญ (sukree.s@chula.ac.th)
ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
จาก เดลินิวส์ออนไลน์


โรคซึมเศร้าในเด็กเล็ก

เดี๋ยวนี้ มีปัญหาหลายอย่างที่เราคาดไม่ถึงว่า มันจะเป็นไปได้ แต่ก็มีผลการศึกษาออกมาว่า มันมีโอกาสเป็นไปได้ แม้แต่เรื่องภาวะซึมเศร้า หดหู่ ที่เราคิดว่าเป็นโรคของผู้ใหญ่ เด็กเล็กไม่มีทางเป็น แต่เมื่อเร็วๆ นี้ก็มีผลการศึกษาจากสหรัฐอเมริกาบอกว่า แม้แต่เด็กอายุ 3 ขวบก็สามารถมีอารมณ์ซึมเศร้าได้เช่นกัน

“คนทั่วไปไม่ได้ให้ความสนใจกับอาการซึมเศร้าที่เกิดกับเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ขวบ เพราะพวกเขาไม่คิดว่า มันจะเกิดขึ้นได้ เพราะต่างมองว่าเด็กเล็กขนาดนั้นยังไร้เดียงสาเกินกว่าจะรู้จัก อารมณ์ซึมเศร้า หดหู่” ดร.โจน ลูบี้ จิตแพทย์ มหาวิทยาลัยวอชิงตัน ในเซนต์หลุยส์ ผู้ทำการศึกษาเรื่องนี้กล่าว

ในการศึกษาของดอกเตอร์ลูบี้ ซึ่งเป็นการศึกษาครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่า อาการซึมเศร้าสามารถเกิดขึ้นได้แม้แต่กับเด็กเล็กขนาดนี้ ซึ่งมันช่างสวนทางกับลักษณะทั่วไปของเด็กก่อนวัยเรียน ที่มักจะร่าเริง สดใส ไร้กังวล ตามที่เราเข้าใจกัน

ดอกเตอร์ลูบี้เล่าว่า เธอและทีมงานได้ติดตามศึกษากลุ่มเด็กเล็ก อายุ 3-6 ขวบจำนวนกว่า 200 คน เป็นเวลากว่า 2 ปี ในจำนวนนี้มีเด็กเล็กที่มีอาการซึมเศร้าอยู่ด้วย 75 คน และตลอดเวลาที่ทำการศึกษา ได้มีการใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยาตรวจสอบภาวะอารมณ์ของเด็ก 4 ครั้งด้วยกัน

ผลที่ได้ออกมาก็คือ ในเด็กที่เริ่มมีอาการซึมเศร้าแล้ว ในจำนวนนี้มีอยู่ 64% ที่มีอาการซึมเศร้าต่อเนื่อง หรือว่าเป็นแล้วหาย แล้วมีอาการกลับมาใหม่อีกภายใน 6 เดือน

และมีอยู่ 40% ที่อาการซึมเศร้ากลับมาใหม่ หลังจากหายไป 2 ปี ขณะที่มีเด็กเกือบ 20% ที่มีอาการซึมเศร้าโชว์ออกมาตลอด จากการใช้แบบทดสอบทางจิตวิทยาทั้ง 4 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในผลการศึกษานี้ไม่มีการพูดถึงวิธีรักษา แต่ดอกเตอร์ลูบี้ก็มีข้อมูลว่า เด็กๆ ที่มีสภาพอารมณ์ดังกล่าวมักจะมีแม่ที่มีอารมณ์ซึมเศร้าหดหู่ หรือไม่ก็เป็นคนมีอารมณ์แปรปรวน หรือเป็นเด็กที่เคยเจอประสบการณ์เลวร้ายในชีวิต อย่างเช่น พ่อแม่ตาย หรือไม่ก็เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศ นอกจากนี้ก็ยังมีสาเหตุอาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสารเคมีในสมองด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุเดียวกับที่เกิดในผู้ใหญ่

ดร.เฮเลน เอ็กเกอร์ จิตแพทย์มหาวิทยาลัยดุ๊ก ซึ่งศึกษาอาการซึมเศร้าในเด็ก เล่าว่าสิ่งที่เธอได้ยินบ่อยๆ จากพ่อแม่ ผู้ปกครองที่พาลูกวัยรุ่นมาพบเธอก็คือ พวกเขาสังเกตเห็นว่าลูกมีอาการซึมเศร้าตั้งแต่ยังเด็ก แต่ก็มักจะได้รับการบอกกล่าวว่า เดี๋ยวอาการนั้นก็จะหายไปเมื่อเด็กโตขึ้น

ดร.เฮเลนบอกว่า สำหรับเด็กก่อนวัยเรียนทั่วไปก็มีอารมณ์เสีย มีอารมณ์เหวี่ยงได้ แต่พอได้เล่นหรือได้ทำกิจกรรมอย่างอื่น ก็จะกลับมาร่าเริง มีความสุขได้ไว

แต่เด็กที่มีอาการซึมเศร้า สังเกตได้ว่าแม้แต่ตอนเล่น ก็จะชอบเล่นเกมเกี่ยวกับความตาย หรือเกมค่อนข้างซึมเศร้า หดหู่ นอกจากนั้น อาจจะมีอาการกินข้าวไม่ลง นอนไม่หลับ ติดต่อกันนานๆ มีอารมณ์สวิงสวาย แปรปรวนบ่อยๆ ซึ่งอาจสังเกตได้จากชอบกัด ชอบเตะ หรือตี สิ่งเหล่านี้ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนให้รู้ว่า เด็กอาจมีอาการซึมเศร้า

ข้อมูลโดยมติชนออนไลน์


เรียนพยาบาลไม่จบ เครียด ฆ่าตัวตายต่อหน้าแม่

สาวเมืองคอนเครียดเรียนพยาบาลไม่จบ ตัดสินใจคิดสั้นยืนให้รถไฟชนดับอนาถ สุดสลดแม่ช็อกเป็นลมหมดสติเห็นลูกถูกรถไฟทับต่อหน้าต่อตา เผยทั้งน้ำตาลูกเครียดเรียนพยาบาลไม่จบ เคยฆ่าตัวตายหลายครั้ง แต่คนในครอบครัวช่วยได้ทันทุกครั้ง

เหตุการณ์สะเทือนใจ หญิงสาวคิดสั้นฆ่าตัวตายเนื่องจากไม่สามารถศึกษาในวิชาชีพที่รักได้สำเร็จเปิดเผยเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 มิถุนายน พ.ต.ท.เชษฐ์รัตน์ ชาตะรักษ์ พนักงานสอบสวนเวร สภ.ไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุรถไฟชนคนเสียชีวิตบนรางรถช่วงสถานีทานพอ-สถานีฉวาง หมู่ 2 ต.ไม้เรียง อ.ฉวาง หลังรับแจ้งเหตุจึงแจ้งรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรชันสูตรโรงพยาบาลฉวางและเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสยามร่วมใจปู่อินทร์

ที่เกิดเหตุพบศพหญิงสาวสภาพแหลกเหลว ชิ้นส่วนร่างกายกระจัดกระจายเป็นระยะทางยาวหลายสิบเมตรบนรางรถไฟ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร พบรถไฟด่วนพิเศษ (สปรินเตอร์) สายกรุงเทพฯ-ยะลา จอดรอเจ้าหน้าที่ โดยมีชาวบ้านในย่านดังกล่าวมาดูเหตุการณ์จำนวนมาก ซึ่งหลังจากเจ้าหน้าที่ไปถึงแล้วรถไฟได้เคลื่อนขบวนออกไปตามปกติ เนื่องจากจุดดังกล่าวเป็นเส้นทางหลักของการเดินรถสายใต้ หากจอดนานจะส่งผลกระทบต่อขบวนอื่นๆ

จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ น.ส.จันธิดา จิตประสงค์ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 108/2 หมู่ 2 ต.ไม้เรียง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ทั้งนี้ขณะเจ้าหน้าที่เข้าชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นและเก็บอวัยวะชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายบริเวณจุดเกิดเหตุต้องพบกับภาพสะเทือนใจ เมื่อนางบุญทา จิตประสงค์ อายุ 55 ปี มารดาของผู้เสียชีวิตเป็นลมหมดสติ เนื่องจากเห็นบุตรสาวเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา เมื่อฟื้นขึ้นมาก็นั่งทรุดร้องไห้คร่ำครวญตลอดเวลา ญาติและชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ต้องคอยปลอบประโลม

นางบุญทา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ครอบครัวอาศัยอยู่ในละแวกดังกล่าว โดยก่อนเกิดเหตุหลายวันที่ผ่านมาบุตรสาวมีอาการเครียดอย่างรุนแรง เนื่องจากผิดหวังที่ไม่สามารถเรียนในคณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันการศึกษาชื่อดังแห่งหนึ่งได้ จึงต้องออกกลางคันเนื่องจากความเครียดในการเรียน โดยเรียนเพียง 2 ปีเศษเท่านั้น หลังจากบุตรสาวออกจากสถาบันศึกษาดังกล่าวก็อยู่ในอาการซึมเศร้าผิดหวัง และมีความพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง ทุกครั้งที่บุตรสาวคิดสั้นคนในครอบครัวจะห้ามปราม และคอยดูแลไม่ให้ห่างสายตา ในที่สุดบุตรสาวก็ฆ่าตัวตายจนได้

“ช่วงเกิดเหตุทำภารกิจอยู่ในครัว เมื่อเข้ามาดูในบ้านไม่พบลูกสาว และเมื่อออกมานอกบ้านสังเกตเห็นว่าลูกไปยืนอยู่บนรางรถไฟแล้ว โดยหันหลังให้ขบวนรถที่กำลังแล่นมุ่งหน้าลงใต้ ตอนนั้นพยายามตะโกนให้เขาหลบออกจากรางรถไฟ แต่ไม่ทัน รถไฟที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนจนลูกเสียชีวิต” นางบุญทา กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.เชษฐ์รัตน์ กล่าวว่า จากการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจพอสรุปได้ว่าผู้ตายตัดสินใจฆ่าตัวตายเอง เนื่องจากขณะเกิดเหตุมารดาของผู้ตายเห็นเหตุการณ์ ซึ่งจะสรุปสำนวนการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอน จากนั้นจะให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ขอขอบคุณ ข่าวโรคซึมเศร้า จากหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก


Page 1 of 3123