สาธารณสุขห่วงหญิงตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
รมช.สาธารณสุข เผยขณะนี้ในไทยพบปัญหาหญิงเป็นโรคซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด ปีละ 2 แสนคน มักพบในแม่มือใหม่ แม่วัยรุ่น ผู้ที่มีปัญหาครอบครัว หากไม่เร่งแก้ไขตั้งแต่เริ่มอาการใหม่ ๆ อาจกลายโรคซึมเศร้ารุนแรง และส่งผลร้ายต่อเด็ก ทั้งขาดสารอาหาร ไอคิวลดลง ส่วนแม่อาจเป็นรุนแรง กลายเป็นติดเหล้า-บุหรี่ ฆ่าตัวตายได้
นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ตลอดเดือน ส.ค. 2553 นี้ ได้ให้โรงพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิตทั้ง 17 แห่งทั่วประเทศ จัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพจิตหญิงตั้งครรภ์ และหญิงหลังคลอด ป้องกันปัญหาโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงเพราะมีผลกระทบต่อตัวมารดาและลูกด้วย ในแต่ละปีมีหญิงเป็นโรคซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์ประมาณร้อยละ 10 หรือประมาณ 80,000 คน ในผู้หญิงตั้งครรภ์ที่มีปีละประมาณ 800,000 คน และพบในผู้หญิงหลังคลอดประมาณร้อยละ 15 หรือประมาณ 120,000 คน หญิงที่มีอาการดังกล่าวจะขาดความใส่ใจดูแลตนเอง คนรอบข้าง หากไม่ได้รับการดูแลแก้ไข จะมีผลกระทบทั้งตัวเองและลูก โดยเด็กจะมีความเสี่ยงขาดสารอาหาร เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด เด็กน้ำหนักตัวน้อย และมีปัญหาต่อพัฒนาการและอารมณ์ โดยเฉพาะไอคิวเด็กอาจต่ำกว่ามาตรฐาน ส่วนผลกระทบต่อตัวแม่ อาจกลายเป็นคนติดเหล้าบุหรี่ หรือฆ่าตัวตายในที่สุด
“ที่ผ่านมาพบว่าผู้หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดที่เป็นโรคซึมเศร้า มักไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที เนื่องจากคนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นเพียงอาการที่เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน ในร่างกาย จึงพลาดโอกาสได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์ บางรายโรคพัฒนาไปสู่ขั้นรุนแรง นำไปสูการฆ่าตัวตายได้ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้ให้กรมสุขภาพจิตอบรมอสม.ทั่วประเทศ เพื่อตรวจคัดกรองอาการของหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดทุกคนเบื้องต้น เพื่อส่งพบแพทย์รักษาป้องกันอาการกำเริบรุนแรง”รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข กล่าว
ด้าน นพ.ธรณินท์ กองสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า โรคซึมเศร้าในหญิงตั้งครรภ์ เป็นความผิดปกติทางอารมณ์ เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง มักพบในผู้ที่ตั้งครรภ์แรก หญิงตั้งครรภ์ที่อยู่ในวัยรุ่น หรือการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์ รวมทั้งผู้ที่มีปัญหาครอบครัว เช่น ทะเลาะ หย่าร้าง แยกกันอยู่ นอกใจกัน รวมทั้งผู้ที่ไม่ได้เพศบุตรตามที่ต้องการ หรือมีลูกเสียชีวิต ผู้ที่มีอาการจะมีอารมณ์เศร้าอย่างรุนแรง ซึมมาก ท้อแท้ วิตกกังวลไปทุกเรื่อง ร้องไห้ไม่มีเหตุผล โกรธทุกคนแม้กระทั่งลูก กินไม่ได้ นอนไม่หลับ หากเป็นในหญิงหลังคลอดอาการจะหายได้เองภายใน 6 เดือน หากไม่หายต้องได้รับการรักษาด้วยยา ควบคู่กับการรักษาทางจิตใจ เช่นการให้คำปรึกษาการแก้ไข การจัดการความเครียด หรือลดอาการซึมเศร้าโดยการออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์
การดูแลช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดที่มีโรคซึมเศร้า ขณะนี้ กรมสุขภาพจิตได้จัดอบรมแพทย์ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และอสม.ในการตรวจอาการผิดปกติเบื้องต้น โดยใช้แบบสอบถามง่ายๆ ถามอาการแค่ 2 ข้อ คือ 1.หดหู่ เศร้า หรือท้อแท้สิ้นหวัง 2.เบื่อ ทำอะไรก็ไม่เพลิดเพลิน หากมีข้อหนึ่งข้อใดหรือมีทั้ง 2 ข้อ แสดงว่ามีความเสี่ยง มีแนวโน้มจะเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องติดตามและประเมินต่อเนื่องทุกครั้ง ที่มารับบริการฝากครรภ์จนถึงหลังคลอดอย่างน้อย 6 สัปดาห์
“วิธีดูแลป้องกันไม่ให้หญิงหลังคลอดเป็นโรคซึมเศร้า ครอบครัวหรือคนใกล้ชิด ต้องช่วยแบ่งเบาภาระงานในบ้าน ช่วยเหลือในการเลี้ยงดูลูก และอำนวยความสะดวกตามความเหมาะสม ให้แม่หลังคลอดได้กินอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายและพักผ่อนอย่างเพียงพอ ให้แม่หลังคลอดได้พูดคุยระบายเรื่องที่ไม่สบายใจ หรือเรื่องที่กังวล และสังเกตความผิดปกติของหญิงหลังคลอด หากพบว่ามีอาการเศร้าซึมเกิดขึ้น ขอให้รับแจ้งอสม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านเพื่อประเมินภาวะซึมเศร้าต่อไป” นพ.ธรณินท์กล่าว. -ที่มา สำนักข่าวไทย mcot.net
กรมสุขภาพจิตห่วงคนวัยเกษียณเป็นโรคซึมเศร้า
กรมสุขภาพจิต เตือนข้าราชการที่เกษียนอายุราชการอย่าเครียดและวิตกกังวลกับปัญหาการว่างงานหลังเกษียณอายุราชการ หวั่นกระทบจิตใจกลายเป็นโรคซึมเศร้า และนำไปสู่การทำร้ายตนเอง
นายแพทย์ชาตรี บานชื่น อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ผู้เกษียณอายุราชการจำนวนไม่น้อยที่จะได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจ จะรู้สึก ว้าเหว่ และหดหู่รวมถึงการคิดว่าตนเองจะต้องโดดเดี่ยวและไม่มีสังคมกับเพื่อนฝูง เหมือนอดีตที่ผ่านมา ส่งผลให้นำไปสู่โรคซึมเศร้า
ซึ่งสถิติที่ผ่านมาพบผู้เกษียณอายุราชการวิตกกังวลและใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว ท้อแท้ สิ้นหวัง กลายเป็นโรคซึมเศร้าสูงถึงร้อยละ 35
กรมสุขภาพจิตจึงแนะทางออก 3 ประเด็นใหญ่ คือ ผู้เกษียณอายุราชการต้องปรับวิถีชีวิตใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับชีวิตความเป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการหางานอดิเรกทำ เช่น ปลูกต้นไม้ ออกกำลังกาย ปรับความคิดใหม่คือการมองโลกในแง่บวก และ เติมทักษะชีวิตให้มีคุณค่าคือแก้ปัญหาโดยใช้หลักธรรมะ เข้ากลุ่มทำวิปัสนา หรือเข้าสังคมโดยใช้เทคนิค RQ และ EQ มาเป็นตัวเสริมเพื่อลดความเครียดโดยไม่เก็บตัวอยู่ลำพัง
ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าหลังเกษียณอายุราชการ ส่วนใหญ่ที่พบเป็น ชายมากกว่าหญิงถึง 2 เท่า และผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีสิทธิ์ที่จะนำไปสู่การฆ่าตัวตายมากกว่าคนปกติ สูงถึง 20 เท่า
ยึดติด โดย พระไพศาล วิสาโล
สุด .. ได้เลขท้าย ๓ ตัวมาจากหลวงพ่อ เลยแทงไป ๑๕ บาท ปรากฏว่าถูกเผง ได้มา ๖๐๐ บาท เขาดีใจมาก เที่ยวอวดใครต่อใครในหมู่บ้านว่าถูกหวย แต่พอรู้ว่า คอนซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน ก็แทงหวย ๓ ตัวถูกเหมือนกัน แต่ได้เงินมากกว่าคือ ๒ , ๐๐๐ บาท เพราะแทงมากกว่า สุดเลยยิ้มไม่ออก หงอยไปทั้งวัน แถมยังโมโหตัวเองที่แทงน้อยไป
ใจ .. ไปเที่ยวไนท์บาซ่า เห็นผ้าพื้นเมืองลายงาม ราคา ๕๐๐ บาท แต่เธอต่อได้ ๓๕๐ บาทจึงคว้าผ้าผืนนั้นกลับโรงแรมด้วยความดีใจ แต่พอรู้ว่าไก่เพื่อนร่วมห้องก็ซื้อผ้าแบบเดียวกันมา แต่ได้ราคาถูกกว่า คือ ๓๐๐ บาท ใจก็หุบยิ้มทันที ไม่รู้สึกโปรดปรานผ้าของตนอีกต่อไป
แม้เราจะมี ” โชค ” หรือได้ของดีที่ถูกใจ
แต่หากไปเปรียบเทียบกับของคนอื่นเมื่อใด
สุขก็อาจกลายเป็นทุกข์ทันที หากรู้ว่าคนอื่นได้มากกว่า ได้ของดีกว่า
หรือได้ของที่ถูกกว่า ส่วนของดีที่เราได้มากลับด้อยคุณค่าไปถนัดใจ
บางครั้งอาจทำให้เราทุกข์กว่าตอนที่ยังไม่ได้ของนั้นมาด้วยซ้ำ
ที่จริงไม่ต้องไปเทียบกับของคนอื่นก็ได้
เพียงแค่เห็นของรุ่นใหม่วางขายหรือโฆษณาตามสื่อต่างๆ
ก็เกิดความไม่พอใจในของเดิมที่มีอยู่ทันที
ทั้งๆ ที่มันก็ยังใช้ได้ดี ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนใจ
ยกเว้นข้อเดียวคือ มันสู้ของใหม่ที่วางขายไม่ได้
ทั้งๆ ที่มีของดีอยู่กับตัว แต่คนเราแทนที่จะพอใจกลับรู้สึกเป็นทุกข์
เพียงเพราะใจไปจดจ่ออยู่กับสิ่งดีกว่า (หรือมากกว่า) ที่ตัวเองยังไม่มี
แต่เมื่อใดก็ตามที่ของชิ้นนั้นเกิดมีอันเป็นไป
เช่นทำตกหล่นหรือถูกขโมยไป เราก็จะกลับมาเห็นคุณค่าของมัน
และนึกเสียใจที่เสียมันไป จะกินจะนอนก็ยังนึกถึงมันด้วยความเสียดาย
ทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นใน กรณีที่เป็นสิ่งของเท่านั้น
แต่ยังเกิดกับกรณีที่เป็นคนด้วย เช่น คนรัก หรือแม้แต่พ่อแม่และลูก Read more »
แม่เป็นโรคซึมเศร้าส่งผลให้ลูกไอคิวต่ำ
ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณสุข เปิดเผยว่า ตลอดเดือน ส.ค. นี้ ได้ให้โรงพยาบาลในสังกัดกรมสุขภาพจิตทั้ง 17 แห่งทั่วประเทศ จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมสุขภาพจิตหญิงตั้งครรภ์ และหญิงหลังคลอด ป้องกันปัญหาโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าห่วงเพราะมีผลกระทบต่อตัวมารดาและลูกด้วย
โดยในแต่ละปีพบหญิงเป็นโรคซึมเศร้าระหว่างตั้งครรภ์ประมาณ 80,000 คน ซึ่งอาการดังกล่าวจะขาดความใส่ใจดูแลตนเองและคนรอบข้าง หากไม่ได้รับการแก้ไข จะมีผลกระทบทั้งตัวเองและลูก เด็กจะมีความเสี่ยงขาดสารอาหาร เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด เด็กน้ำหนักตัวน้อย และมีปัญหาต่อพัฒนาการและอารมณ์ โดยเฉพาะไอคิวเด็กอาจต่ำกว่ามาตรฐาน ส่วนผลกระทบต่อตัวแม่ อาจกลายเป็นคนติดเหล้าบุหรี่ หรือฆ่าตัวตายในที่สุด
“ที่ผ่านมาคนส่วนใหญ่คิดว่าโรคซึมเศร้าเป็นเพียงอาการที่เกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย จึงพลาดโอกาสได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาจากแพทย์ บางรายโรคพัฒนาไปสู่ขั้นรุนแรง นำไปสู่การฆ่าตัวตายได้ ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ได้ให้กรมสุขภาพจิตอบรมอสม.ทั่วประเทศ เพื่อตรวจคัดกรองอาการของหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอดทุกคนเบื้องต้นส่งแพทย์รักษาป้องกันอาการกำเริบรุนแรง” ดร.พรรณสิริกล่าว
ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์