โรคที่มีอาการคล้ายกับโรคซึมเศร้าแต่ไม่ใช่โรคซึมเศร้า

ตั้งหัวข้อแบบนี้ หลายคนอ่านแล้วอาจจะรู้สึกงง ตกลงจะให้เป็นโรคซึมเศร้า หรือไม่ใช่โรคซึมเศร้ากันแน่ เพราะที่อ่านมาหลายบทความ อาการก็ตรงหมดเลย มีอารมณ์ซึมเศร้า เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 5 ต่อเดือน นอนไม่หลับ หรือหลับมากไป (อันนี้ขี้เกียจหรือเปล่า) อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง เศร้าหมอง รู้สึกว่าตนเองไร้ค่า ใจลอย นี่มันก็ใช่ฉันทุกข้อเลย สงสัยว่าตัวเองจะเป็นโรคซึมเศร้าเข้าให้แล้ว แต่ที่จริงแล้วยังมีโรคที่มีอาการคล้ายกับโรคซึมเศร้าแต่ไม่ใช่โรคซึมเศร้าอีกหลายโรคครับ

ตัวอย่าง โรคที่มีอาการคล้ายกับโรคซึมเศร้าแต่ไม่ใช่โรคซึมเศร้า

  • ภาวะอารมณ์ซึมเศร้าจากการปรับตัวไม่ได้กับปัญหาที่มากระทบ เป็นภาวะที่เกิดจากการปรับตัวไม่ได้กับปัญหาต่างๆ ที่เข้ามากระทบ เช่น อกหัก ตกงาน น้ำท่วม เป็นต้น โดยเฉพาะช่วงหลายปีมานี้ ประเทศไทยเราประสบภัยพิบัติทั้งจากธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำท่วม และภัยที่คนก่อกันขึ้นมาเอง พบว่าผู้ประสบภัยพิบัติอาจมีอาการซึมเศร้าร่วมด้วยได้ แต่มักจะไม่รุนแรง ถ้ามีคนมาให้กำลังใจ พูดคุย เยียวยาปลอบใจก็จะดีขึ้นบ้าง อาจมีเบื่ออาหารแต่เป็นไม่มาก ยังพอนอนได้ เมื่อเวลาผ่านไป ค่อยๆ ปรับตัวได้กับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ภาวะอารมณ์ซึมเศร้าที่มีก็จะค่อยๆทุเลาลงได้เอง
  • โรคอารมณ์แปรปรวน ในโรคอารมณ์แปรปรวน ผู้ป่วยจะมีอาการเหมือนกับโรคซึมเศร้าอยู่ช่วงหนึ่ง และมีอยู่บางช่วงที่มีอาการแสดงออกมาในลักษณะตรงกันข้ามกับอาการซึมเศร้า เช่น อารมณ์ดีเบิกบานมากผิดปกติ พูดมาก ขยันมาก เชื่อมั่นตัวเองมากกว่าปกติ ใช้เงินเปลือง เป็นต้น ซึ่งทางการแพทย์เรียกระยะนี้ว่า ระยะแมเนีย ผู้ที่เป็นโรคอารมณ์แปรปรวนบางครั้งจะมีอาการของโรคซึมเศร้า บางครั้งก็มีอาการของภาวะแมเนีย สลับกันไป อย่างที่ภาษาชาวบ้านเราเรียกกันว่า เดี๋ยวดี เดี๋ยวบ้า นั่นแหละ
  • โรควิตกกังวล ผู้ที่มีอารมณ์ซึมเศร้า หลายคนมักมีอาการวิตกกังวล ห่วงโน่นห่วงนี่ คิดมาก ซึ่งเป็นอาการหลักของโรควิตกกังวล แต่โรควิตกกังวลนั้นจะต่างกับคนเป็นโรคซึมเศร้า ตรงที่คนเป็นโรควิตกกังวลจะมีอาการหายใจไม่อิ่ม ใจสั่น ตกใจง่าย สะดุ้ง ร่วมด้วย อาการเบื่ออาหารถึงมีก็เป็นไม่มาก น้ำหนักจะไม่ลดลงมากเหมือนผู้ป่วยโรคซึมเศร้า และโรคซึมเศร้านั้นนอกจากอาจมีอาการวิตกกังวลแล้วก็จะพบอาการซึมเศร้า ท้อแท้ เบื่อหน่ายชีวิต ซึ่งเป็นอาการหลักร่วมด้วยโดยที่อาการเศร้านี้จะเห็นเด่นชัดกว่าอาการวิตกกังวล

จากตัวอย่างทีให้มาจะเห็นว่า ยังมีโรคอีกหลายโรคที่มีอาการคล้ายกับโรคซึมเศร้าแต่ไม่ใช่โรคซึมเศร้า ถ้าสงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดจะเป็นโรคซึมเศร้าจริงๆหรือไม่ ควรขอเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลใกล้บ้านทุกแห่ง เพื่อจะได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

ยาและกลุ่มโรคที่ทำให้เกิดอาการคล้ายโรคซึมเศร้า

เนื่องจากมีโรคทางจิตเวชอื่นหลายโรคที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการแสดงออกคล้ายผู้ป่วยโรคซึมเศร้า รวมทั้งโรคทางร่างกาย และยาบางตัวก็สามารถทำให้เกิดอาการคล้ายโรคซึมเศร้าได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นการได้พบแพทย์เพื่อช่วยวินิจฉัยและบำบัดรักษาอาการซึมเศร้าอย่างถูกต้อง จึงช่วยให้ผู้ป่วยได้พ้นจากภาวะซึมเศร้า และกลับมามีชีวิตได้ตามปกติต่อไป

โรคทางกาย หรือยาบางตัวอาจชักนำให้ผู้ป่วยเกิดอาการซึมเศร้าได้ หรือทำให้เกิดอาการคล้ายกำลังป่วยด้วยโรคซึมเศร้า แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เป็นโรคนี้หรือทานยานี้จะต้องเป็นโรคซึมเศร้าเสมอไป ผู้ป่วยบางคนอาจป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจากสาเหตุอื่นๆก็ได้ การวินิจฉัยโรคซึมเศร้าโดยแพทย์จึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องอาศัยทักษะในการตรวจพอสมควร การทดสอบด้วยแบบทดสอบโรคซึมเศร้าง่ายๆในเว็บนี้ จึงเป็นเีพียงเครื่องมือเล็กๆที่ช่วยคัดกรองผู้ป่วยให้ได้ไปพบแพทย์เร็วขึ้น เพราะเคยมีผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการของโรคซึมเศร้า แต่พอรักษาไปได้ระยะหนึ่งเริ่มมีอาการของโรคทางกายให้เห็น พอส่งตรวจเพิ่มเติมก็พบเป็นโรคทางกายร่วมด้วย ดังนั้นอย่าอายที่จะไปพบแพทย์กันนะครับ

กลุ่มยาที่ทำให้เกิดอาการคล้ายโรคซึมเศร้า

  • ยาลดความดันเลือด (เช่น alphamethyldopa, clonidine, propanolol)
  • ยากลุ่มสเตียรอยด์และฮอร์โมน (เช่น ยาคุม, เพรดนิโซโลน)
  • ยารักษาโรคพาร์กินสัน (เช่น levodopa, amantadine)
  • ยารักษามะเร็ง (vincristine, vinblastine)
  • ยาอื่นๆ เช่น ไซเมทิดีน, cyproheptadine
กลุ่มโรคที่ทำให้เกิดอาการคล้ายโรคซึมเศร้า
  • โรคสมองอักเสบ
  • โรคระบบประสาท เนื้องอกในสมอง
  • โรคเอส แอล อี (SLE)
  • โรคตับอักเสบ
  • โรคเอดส์
  • วัณโรค
  • โรคคุชชิ่ง
  • โรคธัยรอยด์ฮอร์โมนต่ำ
  • โรคขาดไวตามิน (เช่น เพเลกรา เบอริเบอรี่)
นอกจากนี้ ยังมียาและกลุ่มโรคอีกหลายชนิดที่ทำให้เกิดอาการคล้ายโรคซึมเศร้า ซึ่งต้องอาศัยการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียดจากแพทย์ผุ้เชี่ยวชาญต่อไป

โรคซึมเศร้า สัญญาณเตือนอันตรายสู่การฆ่าตัวตาย

คนที่มีคิดอยากตาย หรือกำลังวางแผนจะฆ่าตัวตาย มักมีสัญญาณเตือนออกมาให้คนใกล้ชิดรับทราบ เช่น

  • การแสดงออกให้เห็นว่ามีอารมณ์ซึมเศร้า
  • การบ่นถึงเรื่องอารมณ์เบื่อหน่าย เซ็ง เศร้าสร้อย
  • การพูดถึงชีวิตในทางที่หมดหวัง ท้อแท้ หมดกำลังใจ
  • การสงสัยในชีวิตว่ามนุษย์เกิดมาทำไม ทำไมชีวิตถึงมีแต่ความทุกข์
  • การบ่นเบื่อปัญหาชีวิต อยากตายให้รู้แล้วรู้รอด
  • การพูดฝากฝังครอบครัว ลูกเมียกับคนอื่น
  • การทำพินัยกรรมในเวลาที่ยังไม่สมควร

สัญญาณเตือนอันตรายเหล่านี้ เราในฐานะคนใกล้ชิดอย่าถือเป็นเรื่องล้อเล่น ควรเอาใจใส่ สอบถาม พูดคุยเพื่อให้เขาได้ระบายความอึดอัดเศร้าหมองในจิตใจออกมา และต้องสงสัยว่าเขาอาจจะคิด หรือกำลังมีแผนที่จะกระทำจริงๆ เพราะคนปกติทั่วไป คงไม่มีใครที่จะพูดล้อเล่นในเรื่องความตายอยู่บ่อยๆ

เมื่อสงสัยว่าคนใกล้ตัวคิดอยากตาย ควรพูดคุยสอบถามเขาถึงเรื่องที่มาของอารมณ์ซึมเศร้า ถ้ามีอารมณ์ซึมเศร้ามากๆ ก็ควรถามต่อไปว่าเขามีความรู้สึกอย่างไรต่อตัวเอง มีความรู้สึกผิด คิดว่าตัวเองไร้ค่า หรือรู้สึกเป็นภาระแก่ผู้อื่น รู้สึกเบื่อชีวิตหรือไม่ ถ้าเขาตอบว่ามีความรู้สึกเบื่อชีวิตด้วย ก็ควรถามต่อไปว่า ความรู้สึกเบื่อชีวิตนั้นมากจนเคยคิดอยากตายหรือไม่ ถ้ามีความคิดอยากตายหรือเคยขนาดเคยลองฆ่าตัวตาย หรือแม้แต่เคยวางแผนจะกระทำ มีอะไรยับยั้งเขาเอาไว้จนเขายังไม่ได้กระทำในขณะนี้ และพยายามพูดคุยเพื่อเบี่ยงเบนความตั้งใจ ให้เขาเห็นความสำคัญของการมีชีวิตอยู่ต่อไป รวมถึงการชี้ให้เห็นว่าการฆ่าตัวตาย นอกจากจะไม่ใช่การจบปัญหาแล้ว ยังเป็นการทิ้งปัญหาให้คนที่เขารักต้องรับภาระต่อไปด้วย

เพียงคุณใส่ใจ รับฟังปัญหาของเขาอย่างตั้งใจ แม้เพียงครึ่งชั่วโมง คุณก็อาจจะได้ช่วยเหลือชีวิตคนที่มีแนวโน้มจะฆ่าตัวตายได้แล้ว คงไม่มีกุศลใดจะยิ่งใหญ่เท่าการช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ แต่หากปัญหาของเขาใหญ่เกินกว่าที่คุณจะรับฟังหรือช่วยแก้ปัญหาได้ หรือไม่แน่ใจในการให้คำแนะนำว่าจะช่วยหรือจะฉุดเขาให้ดำดิ่งไปกับปัญหา ขอแนะนำให้คุณพาเขาไปพบแพทย์เพื่อช่วยในการให้คำแนะนำและรักษาอาการซึมเศร้าอย่างถูกต้องต่อไปจะดีที่สุดครับ

โรคซึมเศร้ากับการฆ่าตัวตาย

ทุกวันนี้เรามักจะได้ยินข่าวอาชญากรรม ฆ่าตัวตายกันบ่อยครั้ง เนื่องจากปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และความเครียดในชีวิตประจำวันที่มีมากขึ้น ทำให้คนเราเกิดความเครียดกันง่ายขึ้น หลายคนเมื่อมีปัญหามากระทบแล้วไม่รู้จักการจัดการปัญหา ก็ทำให้ปัญหานั้นบานปลายใหญ่โต เกิดเป็นความเครียดสะสม ซึ่งอาจแสดงออกด้วยอาการซึมเศร้า และเมื่อจิตใจหดหู่มากๆก็อาจทำให้ตัดสินใจจบปัญหาด้วยการฆ่าตัวตายในที่สุด

ปัญหาทางเศรษฐกิจ และสังคมที่รุมเร้า่จนทำให้เกิดความเครียดอย่างรุนแรงนำมาซึ่งความรู้สึกซึมเศร้านี้ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ชักนำให้หลายคนคิดฆ่าตัวตายได้ ดังนั้นทุกคนจึงควรเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน และเฝ้าระวังการฆ่าตัวตาย โดยการสังเกตตัวเองและสอบถามคนใกล้ชิดเสมอ เมื่อสงสัยว่าเขาจะเกิดอารมณ์ซึมเศร้าหรือคิดฆ่าตัวตาย

คนที่คิดฆ่าตัวตายมักจะมีอารมณ์ซึมเศร้านำมาก่อน อาการแสดงอาจเริ่มต้นจาก อารมณ์เบื่อ เซ็ง ไม่สนุกสนาน ไม่ร่าเริงแจ่มใส ไม่ค่อยสนใจหรืออยากจะทำอะไรแม้แต่กิจกรรมที่เคยชอบทำ เบื่องาน หรือ เบื่อการเรียน เบื่อคนที่อยู่รอบข้าง เบื่อโลก เบื่อทุกสิ่งทุกอย่าง อยากอยู่คนเดียวเงียบๆ ไม่อยากพูดคุยกับใคร มีอารมณ์หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่าย วิตกกังวล ท้อแท้ เบื่ออาหาร รับประทานอะไรก็ไม่อร่อย น้ำหนักลดลงเร็ว นอนไม่หลับหรือหลับๆตื่นๆ หรือตื่นดึกๆดื่นๆแล้วนอนหลับต่อไปไม่ได้ สมาธิความจำเสียไป รู้สึกตนเองเป็นคนไม่มีประโยชน์ ไร้ค่า ผิดพลาดอยู่เสมอ เบื่อชีวิต และคิดอยากตาย อาการเหล่านี้จะเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็วในเวลาเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน หากไม่ได้รับการบำบัดรักษาอย่างทันท่วงทีก็อาจนำไปสู่การฆ่าตัวตายในที่สุด

แบบคัดกรองภาวะซึมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 8 ข้อ

สำหรับท่านที่ต้องการทดสอบว่าตัวเองเข้าข่ายต้องสงสัยว่ากำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าหรือไม่ สามารถใช้แบบคัดกรองภาวะซึมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย 8 ข้อ (DS8) ซึ่งเป็นคำถามง่ายๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมที่แสดงออกของผู้ป่วยโรคซึมเศร้าและผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ท่านเพียงอ่านและตอบว่าในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านมีอาการหรือมีความรู้สึกนึกคิดดังต่อไปนี้หรือไม่

  1. รู้สึกจิตใจหม่นหมองหรือเป็นทุกข์จนอยากร้องไห้ (เกือบตลอดทั้งวัน)
  2. รู้สึกหมดอาลัยตายอยาก
  3. รู้สึกไม่มีความสุข หมดสนุก กับสิ่งที่ชอบและเคยทำ
  4. คิดอะไรได้ช้ากว่าปกติ
  5. รู้สึกอ่อนเพลียง่ายเหมือไม่มีแรง
  6. นอนหลับๆ ตื่นๆ หลับไม่สนิท
  7. รู้สึกสิ้นหวัง เป็นทุกข์จนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป
  8. กำลังคิดฆ่าตัวตาย
การแปลผล
  • ถ้าตอบว่า “มี”       เท่ากับ    1     คะแนน
      ถ้าตอบว่า “ไม่มี” เท่ากับ     0     คะแนน

  • คำถามข้อ 1-6 เป็นคำถามของแบบคัดกรองภาวะซึมเศร้า ถ้าตอบว่า “มี”  ตั้งแต่  3  ข้อขึ้นไป หรือ     เท่ากับ  3   คะแนนขึ้นไป หมายถึง มีภาวะซึมเศร้า ควรได้รับบริการปรึกษาหรือพบแพทย์เพื่อการบำบัดรักษาโรคซึมเศร้า
 
  • คำถามข้อ 7-8 เป็นคำถามของแบบคัดกรองความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ถ้าตอบว่า “มี”  ตั้งแต่  1  ข้อขึ้นไป หรือ     เท่ากับ  1   คะแนนขึ้นไป หมายถึงมีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย  ควรได้รับบริการปรึกษาหรือพบแพทย์เพื่อการบำบัดรักษา

ท่านสามารถดาวน์โหลดแบบคัดกรองภาวะซึมเศร้าและความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย ได้ที่

เกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้า

หลายคนคงสงสัยว่าตัวเองหรือบุคคลใกล้ตัวกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่หรือเปล่า วันนี้เราจะมาดูเกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้าแบบง่ายๆกัน โดยให้คุณลองสังเกตตัวเองว่ามีอาการดังต่อไปนี้หรือไม่

  1. มีอารมณ์ซึมเศร้า แน่ล่ะ ก็เรากำลังจะวินิจฉัยโรคซึมเศร้ากัน ถ้าไม่มีอารมณ์ซึมเศร้า ก็คงไม่ใช่โรคนี้แน่ แต่ในเด็กและวัยรุ่นอาจแสดงออกเป็นอารมณ์หงุดหงิดได้ ผู้ปกครองควรดูแลการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ของเด็กอย่างใกล้ชิด หรือปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันทีที่สงสัยว่าเด็กมีความเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ที่ผิดไปจากเดิม
  2. ความสนใจลดลง จากเดิมที่เคยเป็นคนชื่นชอบกิจกรรมใดๆอย่างมาก แล้วจู่ๆเกิดอาการเบื่อหน่าย ความสนใจที่เคยมีต่อกิจกรรมนั้นๆลดลงอย่างมาก ก็เป็นอีกสัญญาณหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์
  3. น้ำหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นมาก หลายคนเมื่อเกิดความเครียด หรือมีอารมณ์ซึมเศร้าก็มักแสดงออกด้วยการกิน ทำให้มีอาการเบื่ออาหารหรือเจริญอาหารมากเกินไป การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนักที่เราให้ความสนใจคือเพิ่มขึ้นหรือลดลงมากกว่าร้อยละ 5 ต่อเดือน
  4. นอนไม่หลับ หรือหลับมากไป หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยู่ๆก็เกิดอาการนอนไม่หลับ หลับๆตื่นๆ หรือหลับมากเกินไป ก็อาจเข้าข่ายกำลังเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ก็ได้
  5. กระวนกระวาย อยู่ไม่สุข หรือเชื่องช้าลง
  6. อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง
  7. รู้สึกตนเองไร้ค่า
  8. สมาธิลดลง ใจลอย ลังเลใจ ตัดสินใจด้วยตนเองไม่ได้
  9. คิดเรื่องการตาย คิดอยากตาย

หากคุณมีอาการดังที่กล่าวมามากกว่า 5 ข้อขึ้นไป โดยมีอาการในข้อที่ 1 หรือ 2 ร่วมด้วยอย่างน้อย 1 ข้อ และเป็นต่อเนื่องกันมาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ โดยมีอาการดังกล่าวอยู่เกือบตลอดเวลา แทบทุกวัน ไม่ใช่เป็นๆ หายๆ เป็นเพียงแค่วันสองวันหายไปแล้วกลับมาเป็นใหม่ แบบนี้ก็อาจสรุปได้ว่า คุณกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า สมควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์อย่างละเอียดต่อไป

ทั้งนี้เกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้าดังกล่าว ไม่ใช่เครื่องมือในการวินิจฉัยผู้ป่วยทางคลินิก เป็นเพียงเครื่องมือที่ช่วยคัดกรอง และสำรวจตัวเองก่อนไปพบแพทย์เท่านั้น การที่จะบอกว่าคุณหรือใครเป็นโรคซึมเศร้า เป็นหน้าที่ของจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นครับ

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของคนเป็นโรคซึมเศร้า

ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า มักมีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ความคิด ความรู้สึก ฯลฯ ในทางที่แย่ลง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงต่างๆนี้ อาจเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปนานเป็นเดือนๆ หรือเป็นอย่างรวดเร็วภายใน 1-2 สัปดาห์เลยก็ได้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยร่วมหลายอย่าง เช่น บุคลิกเดิมของตัวผู้ป่วย ความรุนแรงของเหตุการณ์ที่มากระทบ การช่วยเหลือจากคนรอบข้าง เป็นต้น โดยผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าไม่จำเป็นต้องมีอาการตามนี้ทั้งหมด แต่ก็จะมีอาการหลักคล้ายๆ กัน เช่น รู้สึกเศร้า เบื่อหน่าย ท้อแท้ รู้สึกว่าตนเองไร้ค่า และนอนไม่หลับ อาจนอนหลับๆตื่นๆ หรือนอนหลับมากเกินไป เป็นต้น

ลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า

1. อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าจะกลายเป็นคนเศร้าสร้อย หดหู่ สะเทือนใจง่าย ร้องไห้บ่อย มีเรื่องอะไรมากระทบจิตใจนิดหน่อยก็บ่อน้ำตาแตก บางคนอาจไม่แสดงอารมณ์เศร้าออกมาชัดเจน แต่คนใกล้ชิดจะดูออกว่าคนนี้จิตใจหม่นหมอง ไม่สดชื่นแจ่มใสเหมือนก่อน บางคนอออกอาการเบื่อหน่ายไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่กิจกรรมที่ตนเองเคยชอบทำก็หมดความรู้สึกอยากที่จะทำ บางคนอาจมีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย มองอะไรก็ดูขวางหูขวางตาไปหมด จากคนใจเย็นก็เปลี่ยนกลายเป็นคนอารมณ์ร้าย ไม่ใจดีเหมือนก่อน

2. ความคิดเปลี่ยนไป ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า มองอะไรก็รู้สึกว่าแย่ไปหมด วันๆนั่งคิดถึงแต่ความล้มเหลวของตัวเอง ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต เห็นแต่อุปสรรค ความล้มเหลว บางคนกลายเป็นคนไม่มั่นใจตนเอง ขาดความคิดการตัดสินใจ รู้สึกว่าตนเองเป็นคนไร้ความสามารถ ไร้คุณค่า อยู่ไปก็เป็นภาระให้กับผู้อื่น

ความรู้สึกว่าตนเองไร้ค่า ต่ำต้อย ล้มเหลวเหล่านี้อาจทำให้ผู้ป่วยคิดถึงเรื่องการตายอยู่บ่อยๆ แรกๆ ก็อาจคิดเล่นๆเพียงแค่อยากไปให้พ้นจากสภาพตอนนี้ ต่อมาเริ่มมีความคิดอยากตายบ่อยขึ้น แต่ก็ไม่ได้คิดถึงแผนการณ์ตายที่แน่นอน เมื่ออารมณ์เศร้าหรือความรู้สึกหมดหวังมีมากขึ้น ก็จะเริ่มคิดเป็นเรื่องเป็นราวว่าจะทำอย่างไร จะตายอย่างไร ในช่วงนี้เป็นระยะอันตราย เพราะหากมีเหตุการณ์มากระทบกระเทือนจิตใจแม้เพียงเล็กน้อย ก็อาจเป็นชนวนให้เกิดการทำร้ายตนเอง หรือฆ่าตัวตายได้จากอารมณ์เพียงชั่ววูบ

3. สมาธิ ความจำแย่ลง หลงลืมง่าย จิตใจเหม่อลอยบ่อย ทำอะไรไม่ได้นานเนื่องจากไม่มีสมาธิอ่านหนังสือหรือดูโทรทัศน์ไม่รู้เรื่อง ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ทำงานผิดพลาดบ่อยๆ

4. อาการทางร่างกาย ที่พบบ่อยคือจะรู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ส่วนหนึ่งเนื่องจากการนอนหลับได้ไม่เต็มที่ ซึ่งเมื่อพบร่วมกับอารมณ์เบื่อหน่ายไม่อยากทำอะไร ก็จะทำให้ผู้คนรอบข้างมองว่าเป็นคนเกียจคร้าน ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าส่วนใหญ่จะรู้สึกเบื่ออาหาร ทำให้น้ำหนักลดลงมาก บางคนลดลงหลายกิโลกรัมภายใน 1 เดือน นอกจากนี้ยังอาจมีอาการท้องผูก ท้องอืด แน่นท้อง ปากคอแห้ง บางคนอาจมีอาการปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว ร่วมด้วย

5. ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างลดลง จากลักษณะของคนที่เป็นโรคซึมเศร้าที่เก็บตัวมากขึ้น ไม่ค่อยพูดจากับใคร บางคนอาจกลายเป็นคนใจน้อย อ่อนไหว หงุดหงิดง่าย ทำให้คนรอบข้างที่ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป รู้สึกไม่อยากเข้าใกล้

6. การเรียน การงานแย่ลง ความรับผิดชอบต่อการงานก็ลดลง เพราะจิตใจมัวจดจ่อกับเรื่องซึมเศร้าของตัวเอง ทำให้ไม่มีสมาธิในการทำงาน หลายคนเบื่อหน่าย ไม่อยากไปเรียนหรือไปทำงาน แรกๆก็อาจจะลาป่วย ลากิจ บ่อยครั้งเข้าก็จะทำให้คิดลาออกจากงาน ทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา

7. อาการโรคจิต จะพบในรายที่เป็นโรคซึมเศร้าแบบรุนแรง ซึ่งนอกจากจะมีอาการซึมเศร้าอย่างมากแล้ว ยังพบว่ามีอาการของโรคจิตได้แก่ อาการหลงผิดหรือประสาทหลอนร่วมด้วย ที่พบบ่อยคือ จะเชื่อว่ามีคนคอยกลั่นแกล้ง หรือประสงค์ร้ายต่อตนเอง อาจมีหูแว่วเสียงคนมาพูดคุยด้วย หรือได้ยินคนนินทา อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้มักจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อได้รับการรักษา อารมณ์เศร้าดีขึ้น อาการโรคจิตก็จะดีขึ้นด้วย

ผลกระทบจากโรคซึมเศร้า

ผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาเพื่อให้อาการซึมเศร้าทุเลาลง ต่างจากภาวะอารมณ์เศร้า ที่ถ้าเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวคลี่คลายลง หรือมีคนเข้าใจ เห็นอกเห็นใจ อารมณ์เศร้านั้นก็อาจหายไปได้เอง

ผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า ส่วนใหญ่มักไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ทำให้ไม่ได้รับการรักษา และก่อให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาทั้งกับตัวผู้ป่วยเอง ผู้คนรอบข้าง และกลายเป็นปัญหาสังคม หลายครั้งที่ โรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุหลักที่นำไปสู่การฆ่าตัวตาย

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า จะมีอารมณ์เศร้าอย่างต่อเนื่องนานกว่า 2 สัปดาห์ ร่วมกับอาการนอนไม่หลับ นอนหลับๆตื่นๆ หรือนอนมากเกินไป หลายคนมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด การที่จมอยู่กับภาวะอารมณ์เศร้านานๆทำให้การประกอบกิจวัตรประจำวัน การเรียน การงานแย่ลงไปด้วย เนื่องจากผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักหมดความสนใจต่อโรคภายนอก รวมทั้งกิจกรรมที่เคยชอบทำ ทำให้ผู้คนรอบข้างที่ไม่เข้าใจ มองว่าผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเป็นคนน่าเบื่อ เกียจคร้าน ไม่ทำอะไร หลายคนโดนให้ออกจากงานเพราะประสิทธิภาพการทำงานลดลง แทนที่จะหายเศร้า กลายเป็นว่ายิ่งเศร้าหนักยิ่งขึ้น

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าจะมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปจากเดิมค่อนข้างมาก การเปลี่ยนแปลงหลักๆ จะเป็นในด้านอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด และพฤติกรรม ร่วมกับอาการทางร่างกายต่างๆ ซึ่งถ้าเราในฐานะคนใกล้ชิดสามารถช่วยให้คำแนะนำ รับฟังปัญหา และช่วยแนะนำให้เขาได้ไปพบจิตแพทย์เพื่อทำการตรวจคัดกรอง วินิจฉัย และรับการรักษาโรคซึมเศร้าอย่างถูกวิธี ก็จะช่วยให้เขาหายจากโรคซึมเศร้าได้

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า อาจเป็นชื่อโรคที่บางคนไม่เคยรู้จัก หรือบางคนอาจจะเคยได้ยินผ่านทางโทรทัศน์มาบ้างแล้ว เวลามีข่าวอาชญากรรม คนฆ่าตัวตาย ผู้ประกาศข่าวก็จะบอกว่า “ผู้ตายมีอาการป่วยด้วยโรคซึมเศร้า” แต่คนทั่วไปอาจจะยังไม่รู้ถึงสาเหตุ อาการ การป้องกัน และการรักษาโรคซึมเศร้า เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ตามปกติ

เมื่อพูดถึงเรื่องซึมเศร้ากันแล้ว เรามักจะคิดกันว่าเป็นเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึกที่เกิดจากความผิดหวัง การสูญเสียสิ่งของหรือบุคคลอันเป็นที่รัก มากกว่าที่จะเป็นโรค ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเองก็มักไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ทำให้ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี จนเกิดทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมา

โรคซึมเศร้าต่างจากอารมณ์ซึมเศร้าตามปกติที่เราพบกันในชีวิตประจำวัน ภาวะอารมณ์ซึมเศร้ามักเกิดขึ้นได้ตามสถานการณ์ทั่วไป เช่นอกหัก ตกงาน เงินหาย ซึ่งพอเวลาผ่านไป เมื่อเหตุการณ์ได้รับการแก้ไข อารมณ์ซึมเศร้าก็จะค่อยๆหายไปได้เอง อย่างไรก็ตามในบางสถานการณ์ ถ้าอารมณ์เศร้าที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอยู่นานมากกว่า 2 สัปดาห์โดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น หรือกลับเป็นรุนแรงขึ้น และมีอาการต่างๆ ร่วมด้วย เช่น นอนหลับๆ ตื่นๆ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดลงมาก หมดความสนใจต่อโลกภายนอก ไม่คิดอยากมีชีวิตอยู่อีกต่อไป บุคคลนี้ก็อาจจะเข้าข่ายกำลังป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ก็เป็นได้

seo packagespress release submissionsocial bookmarking services